+++EXPIV_Leica+++

posted on 12 Nov 2014 23:33 by dragnar001
 
 
 
Entry นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
Pirate IV Community
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Cooper  of  The 3rd Clan
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Leica  Minox
 

 
 
 
 
 
 
รูปเต็มตัวจิ้มที่ภาพโลด
 
 
 
 
 
ชื่อ - Leica Minox
เพศ - ชาย
อายุ - 28 ปี
สีผม/สีผิว/สีตา - สี Sepia/ผิวออกขาวเพราะมีเชื้อสาวโคลเดียน/สีฟ้าอมเทา
ส่วนสูง/น้ำหนัก - 198/97
เมืองเกิด / เมืองที่มักไปยามไม่อยู่บนเรือ - Finshery พบเจอได้ตามเมืองท่าโคลิเดต้า หรือฟอร์มอสต้า
เชื้อสาย - ดันเตเลียน/โคลเดียน
สังกัด - Leviathan กัปตัน Rakesh Al-Sabbagh
ตำแหน่ง - Cooper
อาวุธ - หน้าไม้ "Holga" (โฮลก้า), หน้าไม้ยักษ์ "Olympus" (โอลิมปัส), ค้อนยาว "Canon" (แคนนอน) ขวานสั้น "Linhof" (ลินฮอฟ) และ.. ค้อนประจำตระกูล "Hasselblad" (ฮัสเซลเบลด) ซึ่งในปัจจุบันฮาแซลเบลดยังสาบสูญ #ภาพคร่าวๆไว้จะปรับปรุงอีกที #ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เนท
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ประสบการณ์เดินเรือ
- เรือเล็ก 10 ปี เรือโจรสลัด 8 ปี
อุปนิสัย
- เป็นคนที่เงียบขรึม
- ชอบลงมือทำมากกว่าพูด ดุดัน รักสันโดษ เกลียดที่คนเยอะ ๆ
- เกลียดพวกชนชั้นสูงเป็นที่สุด และ..เกลียดโจรสลัดแม้จะเป็นโจรสลัดเสียเอง แต่นั่นก็เพื่อใช้เป็นบันไดในการก้าวไปสู่จุดมุ่งหมายของตน กระนั้นหากกัปตันสั่งก็ทำตามไม่มีอิดออด แต่เห็นแบบนี้ก็ใช่จะเป็นพวกแข็งกระด้างเสียทีเดียว ลึก ๆ นั้นเป็นคนรักพวกพวกเพราะถือว่าเป็นของ ๆ ตน ซึ่งต้องดูแลไม่ให้เสียหาย
- กับพวกพ้องจะปฏิบัติอย่างหนึ่ง แต่กับคนแปลกหน้าจะปฏิบัติอีกอย่างหนึ่ง แตกต่างกันราวฟ้ากับเหวลึกใต้ทะเล
 
**********************
 
 
ประวัติ Leica Minox (ไลก้า มิน็อกส์)
เกิดที่หมู่บ้านเล็ก ๆ ห่างไกลผู้คนในเมืองฟินเชอรี่ มีพ่อเป็นชาวดัลเตเลียนยึดอาชีพช่างต่อเรือที่มีมากฝีมือคนหนึ่ง ส่วนแม่นั้นเป็นชาวโคลเดียนชั้นสูง ซึ่งพบรักกับพ่อของไลก้าเมื่อครั้งที่ครอบครัวของเธอเรียกตัวพ่อของไลก้าไปต่อเรือให้
พื้นเพครอบครัวทางฝั่งแม่ของไลก้านั้น แต่เดิมเป็นขุนนางชั้นสูงแม้ว่าอำนาจราชวงศ์จะลดทอนไปตามกาลเวลา เย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีตรงตามนิสัยของเผ่าพันธุ์ มองผู้ที่แตกต่างนั้นอย่างเหยียดหยามและดูแคลน ทว่า.. ฝีมือการต่อเรือของช่างชาวดัลเตเลียนผู้นี้กลับเป็นที่ยอมรับ
กระนั้นก็ยังมีข้อจำกัดต่าง ๆ มากมายยามที่ทำงานให้กับตระกูล ช่วงระหว่างนั้นเอง โชคชะตาก็ได้ทำให้ลูกสาวผู้สืบทอดตระกูลเพียงหนึ่งเดียวนั้นได้รู้จัก และสนใจในตัวนายช่างผู้มาจากต่างเชื้อสาย
ด้วยความใจกล้าบ้าบิ่นไม่เป็นรองใคร ทั้งยังไม่เคยสนใจเรื่องตำแหน่งหน้าที่ หรือความสูงศักดิ์ใด ๆ ทำให้เธอกล้าฝืนแหกกฎจนความรักนั้นเริ่มผลิบานโดยที่ทั้งสองแทบไม่เคยได้เอ่ยวาจาพูดคุยกันเลยก็ตาม จวบจนเมื่อถึงเวลาส่งมอบเรือที่เสร็จสมบูรณ์ พ่อของไลก้าก็ถูกส่งตัวกลับมาตุภูมิ
หลังจากนั้นไม่นานก็มีข่าวการหายตัวของเด็กสาวหลังมีประกาศหมั้นกับชายหนุ่มในตระกูลที่ทัดเทียม ซึ่งเธอได้ขายทรัพย์สมบัติของตนส่วนหนึ่งเพื่อออกเดินทางตามหาผู้ที่เป็นดั่งรักที่มิอาจลืม และแน่นอน..พวกเขาได้พบเจอกันในที่สุด...
หญิงสาวปกปิดฐานะ ลบเลือนร่องลอยของตน ละทิ้งซึ่งความเป็นโคลเดียน และเริ่มสร้างช่วงเวลาแสนสุขของตนกับคนรัก.. กระทั่งมีชีวิตน้อย ๆ ถือกำเนิดขึ้น ทว่า..ช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นช่างแสนสั้น ด้วยอำนาจทางการเงิน และเส้นสายมากมาย หลังเวลาผ่านพ้นไปเกือบสามปี ในที่สุด..แม่ของไลก้าก็ถูกกลุ่มคนพาลักพาตัวกลับพร้อมกับลูกน้อยในระหว่างที่พ่อของไลก้านั้นเดินทางไปต่างเมือง
หญิงสาว และลูกน้อยถูกกักขัง และมีเวรยามเฝ้าอย่างแน่นหนา
...
...
...
ไลก้า ถูกมองว่าเป็นเพียงฟันเฟืองที่จะให้ตระกูลคงอยู่ต่อไป เนื่องด้วยลูกสาวที่เป็นทายาทนั้นบัดนี้มีประวัติด่างพร้อย จึงทำให้แผนที่วางไว้มาอย่างยาวนานต้องล่มลง
แต่ด้วยสีผิวที่ผิดแผกจากครอบครัว ไหนจะสีผมที่บ่งบอกว่าไม่ใช่เชื้อสายโคลเดียนแท้แม้จะมีดวงตาฟ้าอมเทางดงามก็ตาม.. เด็กน้อยถูกชุบเลี้ยงปรับปรุงเสียใหม่ ชะล้างความเป็นเผ่าพันธุ์อื่นเท่าที่ทำได้ ไลก้าจำต้องใช้ชีวิตท่ามกลางสายตาเกลียดชังนั้น ต้องแบกรับความทุกข์ทรมาน และความรังเกียจอย่างที่สุดอย่างช่วยไม่ได้ในระหว่างถูกฝึกฝนให้เป็น "โคลเดียน" อย่างเต็มตัว แต่ความพยายามของตายายก็แทบสูญเปล่าเพราะไลก้านั้นไม่รับความรู้อะไรพวกนั้นเลย
แม้จะต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากท่ามกลางความเกลียดชังรอบด้าน ทั้งยังถูกฝึกอบรมอย่างเข้มงวด แต่ก็ยังมีแม่ที่คอยเป็นกำลังใจ และมอบความรักนิรันดร์ให้
หนึ่งในบทเรียนที่ไลก้าถูกบีบบังคับให้เรียนรู้คือ การพยายามปลูกฝังให้เกลียดเชื้อชาติพันธุ์อื่น ๆ นอกเหนือจากโคลเดียน สั่งสอนการกระทำและคำพูดดูหมิ่นต่อผู้ที่ด้อยกว่าราวกับไม่ใช่มนุษย์ ด้วยเหตุนี้เองทำให้ไลก้าเกลียดพวกชนชั้นสูงอย่างมากถึงมากที่สุด
ไลก้าจำต้องใช้ชีวิตเยี่ยงนักโทษกับแม่จวบจนอายุได้เกือบหกปี แม่ของไลก้าก็เริ่มแผนการหลบหนีอีกครั้งโดยอาศัยความช่วยเหลือจากสาวใช้คนสนิทคอยส่งข่าว และพยายามติดต่อกับพ่อของไลก้าเป็นระยะ
...
...
...
ระหว่างนั้นเอง...แม่ของไลก้าก็เริ่มล้มป่วย เมื่อวันที่วางแผนมาถึง เมื่อเวรยามอ่อนกำลัง.. พ่อของไลก้าก็ยกพวกบุกเข้าช่วยเหลือ... แต่ก็สายจนเกินไป แม่ของไลก้าสิ้นใจไปก่อนแล้วเพียงหนึ่งวันก่อนหน้า
พ่อของไลก้าหัวใจแทบแหลกสลาย ที่แม้แต่ร่างคนรักก็พากลับมาไม่ได้ แต่ก็ยังโชคดีที่ได้ตัวไลก้ากลับคืนมา
วันคืนผันผ่าน ไลก้าได้กลับไปใช้ชีวิตกับพ่อ และถูกฝึกปรือฝีมือด้านการต่อเรือ ทว่า... ไลก้าแทบไม่ซึมซับเทคนิคด้านการต่อเรือเลย จะทำได้ก็เพียงการใช้ไม้ การเลือกไม้ การทำนุบำรุงรักษาไม้เท่านั้น ในทางกลับกันไลก้ากลับถนัดด้านการใช้เทคนิคต่าง ๆ นั้นมาสร้างอาวุธเสียมากกว่า ทั้งยังชอบการได้ออกล่าทดสอบอาวุธของตน..หลายปีผันผ่าน ความเก่งกาจด้านอาวุธยิ่งเพิ่มพูนพร้อมกับเทคนิคในการใช้ไม้ ในขณะที่เทคนิคและความรู้ด้านการต่อเรือนั้น..กระเตื้องขึ้นเพียงเล็กน้อยจนพ่อไลก้าถอดใจไปนานแล้ว สองพ่อลูกใช้ชีวิตด้วยอาชีพต่อเรือของพ่อ และการล่าสัตว์บกสัตว์น้ำ การต่อลังไม้บ้างอุปกรณ์บนเรือขายบ้างของไลก้า ทุกอย่างดูเหมือนจะสงบสุขดีกระทั่งเมื่อไลก้าอายุได้ 16 ปี ครอบครัวของเขาก็โดนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่อมีโจรสลัดบุกหมู่บ้านที่อาศัย มันเป็นโจรร้ายที่ฆ่าฟันไม่เลี้ยง ช่วงชิงเอาสมบัติทุกอย่างที่มีตรงหน้า
พ่อที่เริ่มเข้าสู่วัยชราของไลก้าตกเป็นหนึ่งในเหยื่อเคราะห์ร้าย
.
.
.
เมื่อไลก้ากลับจากล่าสัตว์ก็พบหมู่บ้านของตนป่นปี้มีแต่ซากศพ
บางส่วนถูกเผาทำลาย เด็กสาวทั้งหมดถูกจับตัวไป
บ้านตนเองถูกรื้อค้นจะเละ ของมีค่าทั้งหมดถูกกวาดหายไปรวมถึงค้อนช่างอันเป็นของประจำตระกูล ไหนจะร่างอาบเลือดของพ่อตนที่ถูกมัดแขวนไว้เหนือเตาไฟ
ไลก้านั้นเคียดแค้นมากถึงขนาดบุกเข้าเมืองไปยังบาร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องโจรสลัดเพื่อแก้แค้น และทวงของของตนคืน
ความบ้าดีเดือดของเด็กหนุ่มเกือบทำให้เขาต้องเอาชีวิตไปทิ้ง เคราะห์ดีที่มีพ่อค้าที่นั่งดื่มในบาร์ตอนนั้นช่วยนำเขาไปรักษา แต่..หลังจากรักษาได้ระยะหนึ่ง สันดานที่แท้จริงของผู้ที่นำตัวเขาไปก็เริ่มออก มันหมายมั่นจะนำเด็กหนุ่มไปขาย แต่เคราะห์ดีที่ไลก้านั้นหนีรอดมาได้
.
.
หลายสัปดาห์หลังจากนั้น ไลก้ากลับไปที่หมู่บ้านอีกครั้ง ช่วยฝังซากศพที่ไม่มีใครคิดสนใจแม้แต่ทางการ ที่นั่น ไลก้าสาบานตนว่าจะแก้แค้นโจรชั่ว.. และทวงคืนสมบัติประจำตระกูล "ค้อนฮัสเซลเบลด" กลับมาให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม เมื่อตัดสินใจได้ ไลก้าก็ฝึกปรือฝีมืออย่างหนัก เพื่อเอาตัวเองเข้าสู่วังวนโจรสลัด เพื่อที่จะหาข่าวสารเกี่ยวกับ "ฮัสเซลเบลด" ที่หายไป และล้างแค้นโจรสลัดที่บุกถล่มหมู่บ้านตนจนยับ โดยจะอาศัยข่าวสารจากโจรสลัดด้วยกันนี่แหละ
ยิ่งโตก็ยิ่งได้เรียนรู้ความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ของมนุษย์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต จนเริ่มกลายเป็นคนที่เกลียดพวกมนุษย์ด้วยกันเองไปเสีย ไลก้าชอบปลีกวิเวก และยิ่งกลายเป็นคนที่เงียบขรึมขึ้นเรื่อย ๆ สนใจแต่การล่า และการตามหาสมบัติ
สี่ปีให้หลัง ไลก้าก็ได้ขึ้นเรือ Leviathan กลายเป็นหนึ่งในลูกเรือ และไต่เต้าขึ้นเป็น Cooper ในที่สุด
 
 
 
 
 
ทวิตคอมมู  :   @EXPIV_Leica
 
ทวิตหลักผปค  :   @MynameisOrio
 
 
 
 

edit @ 21 Nov 2014 12:08:50 by Aria

++ [ECB] GARIN KHANASUB ++

posted on 19 Apr 2014 14:46 by dragnar001
 
 
 
Entry นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
EXTEEN CHABALAND
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ชื่อ : การิน คณาทรัพย์ (GARIN KHANASUB)
 
ชื่อเล่น : ต้นน้ำ (พี่ต้น)
 
ส่วนสูง / น้ำหนัก : 177 c.m. / 70 k.g.
 
สีตา / สีผม : น้ำตาลอ่อน / ดำไฮไลท์น้ำตาลทอง
 
วันเกิด : 14 มีนาคม พ.ศ. 2528
 
อายุ : 29 ปี
 
อาชีพ : หมอสมุนไพร (สุดฮิป)
 
อุปนิสัย : ติดสำอางค์เพราะฮีเป็นอดีตนายแบบที่ปัจจุบันถ้าถูกเรียกตัวก็ยังไป ด้วยเหตุนี้เลยชำนาญเรื่องสมุนไพรประทินโฉมเป็นพิเศษ (?) กวนตีน (โดนโบก) กวนประสาท (โดนโบกอีก) ปากหมา ซึนเดเระ (?) บทโกรธฮีจะเงียบลงมือเลย แต่ไม่ได้ลงมือรุนแรงอะไรแต่จะใช้สมุนไพรโบก (ยัดปากม่าง) ถึงเนื้อถึงตัว (โบกจริงด้วย)
ปล. ถึงจะสำอางค์ยังไงฮีก็ตัวผู้แท้ ๆ นะ อย่าได้ไปมีเรื่องกะฮีเชียวเพราะฮี... เรียนชกมวยมา.. (เพื่อหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม) สมัยตอนเรียนที่นอกก็ไปเข้ายิมประจำก็เพื่อหุ่นในการทำมาค้าขายอีกแหละ #กรุณามโนว่าหุ่นฮีงามมาก
 
ประวัติพอสังเขป : เป็นหนุ่มเมืองแท้ ๆ เคยเรียนที่เมืองนอก ฐานะดีพอประมาณ อดีตนายแบบ (ทีแรกโดนเพื่อนลากไปเพราะคนไม่พอปรากฏว่าขึ้นกล้องถูกใจตากล้อง แต่เป็นแค่นายแบบภาพนิ่งเนื่องจากความสูงสู้นายแบบนอกไม่ได้ ไม่ได้ชอบอะไรแต่เห็นว่ารายได้ดีใช้เป็นค่าเรียนค่าขนมได้เลยทำ) กลับมาศึกษาต่อด้านสมุนไพรศาสตร์โดยเฉพาะที่เมืองไทยแล้วเกิดติดใจ ย้ายไปอยู่ชบาทุ่งเพราะคิดว่า "สมุนไพรก็ต้องอยู่ติดทุ่งติดป่า จะมาอยู่ในเมืองทำไส้ติ่งอะไร" (...) แต่กระนั้นก็ไม่ทิ้งนิสัยนายแบบ ช่างแต่งตัว ฝันไปเถอะภาพลักษณ์หมอสมุนไพรใส่ม่อฮ่อมพาดผ้าขาวม้าตาลุงแก่ ๆ  พี่ต้นแกย่างกรายเข้าป่าด้วยเสื้อกล้ามขาวสะอาดโชว์ล่ำ(?) กางเกงยีนส์ตัวเก่ง รองเท้าคอมแบท แอสเซสเซอร์รี่ประหนึ่งเดินเฉิดฉายกลางรันเวย์ก็ไม่ปาน... ก็ ประมาณนี้ล่ะนะ
 
 

edit @ 19 Apr 2014 15:36:19 by Aria

edit @ 19 Apr 2014 15:39:45 by Aria

edit @ 20 Apr 2014 20:29:20 by Aria

edit @ 20 Apr 2014 21:19:16 by Aria

edit @ 21 Apr 2014 00:24:32 by Aria

edit @ 25 Apr 2014 12:45:27 by Aria

EZ00_Aria

posted on 29 Jun 2013 21:05 by dragnar001
สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้อง
ในที่สุดหลังจากที่เคยลองเล่นคอมมูไปเมื่อปีก่อนโน้น
บัดนี้ ข้าพเจ้า นายโอ(???)  ก็โดนลากกลับมาเล่นคอมมูอีกครั้ง
บายผปค.เจ้าโยชิกิ
 
Original Picture and Character by ผปค.เจ้าโยชิกิ อีกแหละ ซึ่งก็ต้องขอโค้งงาม ๆ ขอบคุณที่ช่วยวาดภาพ ฯลฯ ต่าง ๆ ให้ เพราะลำพังตัวเองแค่เอาชีวิตรอดให้พ้นแต่ละวันได้ก็แทบแย่แล้ว
เอาจริง ๆ ชีวิตนี้ไม่เค๊ยไม่เคยคิดว่าจะได้มาเป็น ผปค สาวดุ้น (ห๊ะ?)
เอ๋า...ไม่เรียกสาวดุ้นไงไหว สวยซะขนาดนี้ (ผปค.โยชชี่ฝากกราบงามๆ ที่มันสวยได้แค่นี้ T^T)
ก็... ต้องลองดูกันล่ะนะว่าจะเล่นออกมาเป็นแบบไหน
ยังไงก็ต้องขอฝากตัวด้วยนะครับผม อะไม่สิ ต้องบอกว่า ฝากตัวด้วยนะฮ๊า...!! (ไม่ใช่ละ!!)
 
 
อ่ะ  เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
ลงประวัติล่ะน้า .......
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ชื่อ : Aria (อาเรีย)

 

เพศ : ชาย (แต่ด้วยความที่เป็นยูนิคอร์นซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความงดงาม และความบริสุทธิ์จึงมีรูปลักษณ์ยิ่งกว่าอิสตรี //สาวดุ้น? (ไม่ใช่ละ))

 

เผ่า : สายสมิง  “ยูนิคอร์น”

 

ธาตุ : แสง

 

อายุ : อายุจริง ๆ สิ้นสุดไปเมื่อนานน๊านนนนานมาแล้ว  (ด๋อยไปนานละ ซึ่งอายุ ณ ตอนนั้นก็ประมาณ 200 กว่าปีเห็นจะได้) แต่อายุปัจจุบันนี่ไม่สามารถระบุได้ เพราะไม่รู้จะระบุยังไง เนื่องจากโดนจุดธูปบายโยชิกิให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง มีรูปกายภายนอกเหมือนเด็กหนุ่ม (สาว?) อายุ 17-18

 

วันเกิด : นี่ก็ไม่รู้อีก อย่างที่บอก “เพิ่งโดนจุดธูปเอ๊ย โดนโยชิกิชุบชีวิตมา”

 

สีผม/สีตา : สีม่วงไลแลคอ่อน ๆ เส้นผมดูนุ่มลื่นเป็นประกายวิ๊งวับ (ลงแว๊กซ์??)/ ตา Deep Sky Blue

 

ส่วนสูง/น้ำหนัก : 165/55 (เพรียวซะ อะ..ไม่งั้นเดี๋ยวไม่เหมือนสาว)

 

อาชีพ : เด็กเสิร์ฟ ทำงานช่วยป๋า (?) คุโรงาเนะอยู่ที่ร้านอาหาร(โรงเบียร์)อาคาทสึกิ

 

ย่านที่พักอาศัย : Commercial Area  : โรงเบียร์?? Akatsuki ของคุโรงาเนะ นั่นแหละ แต่อยู่ชั้น 3 

 

นิสัย : ปกติมนุษย์ตัวผู้ทั่วไป ค่อนข้างจริงจัง เกลียดสุด ๆ เวลาถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผู้หญิง (ก็คนมันสวยช่วยไม่ได้) แต่ด้วยความที่โดนชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ทำให้นิสัยค่อนข้างไม่คงที่ จะมีทั้งบุคลิกดั้งเดิม และบุคลิกอื่นที่เป็นอย่างในปัจจุบันปะปนกันเป็นพัก ๆ ถ้าเป็นบุคคลิกดั้งเดิมจะเป็นพวก “โลกสวย” มองอะไรในแง่ดีไปหมดตามนิสัยยูนิคอร์น แต่ปัจจุบันนี่ก็อีกเรื่อง ชอบลงไม้ลงมือ (?) กับป๋าคุโรงาเนะ (??) เป็นประจำ

 

 

เพิ่มเติมบุคลิกของอาจัง

1. เกรียนโหมด หรือบุคลิกที่เกิดจาก..(ไว้โรลเล่นละกัน) จะเป็นพวก เตี้ย! แบน! ซึน! (ไม่ใช่//โดนลูกโบก) ครือ..เป็นพวกห่าม ๆ มือไว ตรีนไว (แต่ไม่หนักมากนะ) เกลียดมากเวลามีถูกมองว่าเป็นผู้หญิง จะตั้งตนเป็นศัตรูกับคนที่พูดทันที แต่ในทางกลับกัน ถ้าเข้ามาทักทายว่าเป็นผู้ชายแต่แรกอาจังก็จะเข้าหาด้วยความเป็นมิตรราวหน้ามือกับหลังฝ่าเท้า สรุป ถึงจะปากร้ายเกเรแอนด์เกรียนเป็นบางเวลา แต่ยังไงก็ยังเป็นยูนิคอร์นที่มีพื้นฐานจิตใจที่ดี (ว่าง่าย ๆ ก็คือใจดีนั่นเอง) แทนตัวเองว่า "ชั้น"

2. แบ๊วโหมด จะออกมาสลับ ๆ กันไปคือ ตามชื่อ แบ๊วววไร้ที่ติ โลกสวย ไม่ทันคน อ่อนต่อโลก ใสซื่อบริสุทธิ์ยิ่งกว่าใด ๆ ยอมเอาตัวเองเข้าแลกได้ถ้าเพื่อคนอื่น มีความโมเอ้ขั้นเทพเป็นอาวุธ ยิ้มทีออร่ากระจาย ไม่ว่าชายหนุ่ม หญิงสาว สัตว์ เด็ก แก่แค่ไหนเจอรอยยิ้มนางฟ้า (เทวดา) นี้เข้าเป็นต้องระทวย! (เวอร์) เวลาเข้าร่างนี้บางทีความทรงจำสั้น ๆ ก่อนหน้าอาจหายไปบ้าง เบลอไปบ้างเป็นบางเวลา แทนตัวเองว่า "ผม"

 

และสุดท้าย

3. ออริจินอลอาเรีย ใจดี พูดน้อย (ต่อยหนัก/ผิด) เป็นน้องยูนิคอร์นโลกสวย แต่ไม่ได้แบ๊วขนาดแบ๊วโหมดนะจ๊ะ แค่โลกสวย แล้วก็ใจดีเจ๋ย ๆ แทนตัวเองว่า "เรา"

 

Edit เพิ่มเติมหลังจากโรลไปแล้ว ทำไมอาเรียมีหลายบุคลิก? (ไม่อยากรู้ ไม่อยากโดนสปอร์ยก็ข้ามได้เลย อยากอ่าน? ก็ไฮไลท์สิ555)

เริ่มจาก "อาเรีย" ตัวออริจินอล หรือก็คือคนรักของโยชิกิ (อืมคันวุ้ย) นั้น หลงเหลือเพียงเศษเสี้ยววิญญาณ และได้รับการหล่อเลี้ยงโดยวิญญาณดวงอื่นที่โยชิกิหามาให้ จวบจนถึงวันที่โยชิกินำไปหลอมรวมกับ "ร่างภาชนะ" ซึ่งร่างภาชนะนี้ที่จริงแล้วเป็นเพียงเด็กชายชาวมนุษย์ที่โยชิกิได้ส่งเงินหาเลี้ยงมาอย่างลับ ๆ (ที่พี่แกขยันหาเงินก็เพื่อการนี้ แต่ร่างภาชนะนี้จะไม่ทราบเรื่องใด ๆ เลย โยชิกิทำตัวประหนึ่งว่าเป็น Daddy Long Legs คอยเลี้ยงดูอุปถรรมมาตลอด) ซึ่งร่างภาชนะนี้ได้ถูกคัดเลือกอย่างดีจากโยชิกิแล้วว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกับ "อาเรีย" มากที่สุด

เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม โยชิกิก็ได้ทำการคืนชีวิตให้กับ "อาเรีย" เขาได้ดูดกินวิญญาณของร่างภาชนะจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงร่างไร้ชีวิตที่ว่าเปล่า และได้นำเอาวิญญาณของ "อาเรีย" บรรจุลงไปโดยหวังจะให้คนรักฟื้นคืน แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยชีวิตของตนเองก็ตาม ทว่า คนที่ตายไปแล้วย่อมไม่มีทางฟื้น การที่โยชิกิฝืนกฏธรรมชาติข้อนั้นทำให้เกิดผลลัพธ์ที่อาจทำให้ทั้งตัวเขา และ "อาเรีย" ต้องสูญเปล่า

วิญญาณของ "อาเรีย" ไม่อาจหลอมรวมเข้ากับร่างภาชนะได้ และเกือบต้องดับสูญไป ตอนนั้นเองที่คุโรงาเนะยื่นมือเข้ามาแทรกระหว่างที่โยชิกิซึ่งกำลังแลกชีวิตตนเองกับการกลับมาของอาเรีย ซึ่งนี่เองที่กลายเป็นการสร้างปาฏิหารย์ (?) แทนที่วิญญาณของ "อาเรีย" จะแตกสลายไปเพราะเข้ากับร่างภาชนะไม่ได้ ก็กลับช่วยสร้างหนทางในการคืนชีพขึ้นมา เพื่อค้ำจุนวิญญาณที่อ่อนแอของ "อาเรีย" ร่างภาชนะที่ควรจะต้องสูญสิ้นวิญญาณทั้งหมดไปแล้วกลับมีอายวิญญาณเล็กน้อยขึ้นมา หรือก็คือบุคลิก "เกรียนโหมด" นั่นเอง

กระนั้น นั่นก็ยังไม่เพียงพอต่อการคืนชีพเพราะแม้จะมีวิญญาณเพิ่ม แต่ก็ยังเข้ากันไม่ได้ 100% ณ จุดนี้ พลังของคุโรงาเนะจึงได้เข้ามาเป็นตัวผสานรอยแยก ทำให้ก่อกำเนิดดวงวิญญาณบริสุทธิ์อีกดวง นั่นก็คือ "แบ๊วโหมด" ซึ่งจะเรียกว่าเป็นวิญญาณที่เกิดใหม่ เป็นชีวิตอีกหนึ่งชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างของร่างภาชนะ และวิญญาณของ "อาเรีย" แบบไม่ได้รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลย

ถ้าจะให้ออกความเห็นส่วนตัว "แบ๊วโหมด" เป็นโหมดที่น่าสงสารที่สุด เพราะโดนทำให้เกิดมาแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้อะไรเลย (เศร้า)

ก็...ประมาณนี้ล่ะนะ ^  ^

หมายเห็ดที่ 1: อาจทำให้สับสนขออภัย

หมายเห็ดที่ 2 : อาจังไม่ได้บ้าน๊าาาาาา!

 

พลังเวทย์ / อาวุธ / ความสามารถพิเศษ : มีแต่พลังเวทย์ในการรักษาล้วน ๆ รักษาอาการบาดเจ็บได้สารพัด แต่ถ้าเป็นบาดแผลหนักถึงตายก็ไม่ไหวเหมือนกัน พลังกายก็ค่อยข้างธรรมดา แต่หลบได้ค่อนข้างพริ้ว ส่วนใหญ่ก็หลบพวกมือปลาหมึกของลูกค้าที่ชอบลวนลาม (?) ถ้าหนักมาก ๆ ก็หวดกลับด้วยถาดใส่อาหารแต่ส่วนใหญ่คุณป๋าก็จะคอยทำตัวเป็น “ยาฆ่าแมลง” อยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องลงแรงอะไรนัก

 

***เพิ่มเติม*** สัญชาตญาณในการจับโกหกจะดีพิเศษเพราะว่าเป็นยูนิคอร์น (เกี่ยวมั้ย?) ยูนิคอร์นเป็นสิ่งมีชีวิตที่บริสุทธิ์ไร้ราคี เลยจมูก (?) ไวกับเรื่องไม่ค่อยดีเป็นพิเศษ

 

และจะไวพิเศษกับกลิ่นที่โสโครกโสมมของพวกที่ติดยาโซนหนัก ๆ จนกลายเป็นปีศาจที่โฉดชั่ว ได้กลิ่นแล้วจะทำให้คลื่นไส้วิงเวียนต้องรีบแก้โดยการสูดอากาศบริสุทธิ์ไร้มลพิษ หรืออยู่ให้ใกล้กับธรรมชาติที่สุดนั่นเอง

อหนึ่ง - สำหรับปีศาจที่กินยาโซนอาเรียก็จะเห็นเป็นเหมือนกลิ่นอายชั่วร้ายจาง ๆ รอบตัว

 

 

ค่าพลัง : STR 3 // AGI 7 // VIT 1 // INT 9

 

เลือดของอาจังเป็นสีเงิน เพราะเป็นยูนิคอร์นศักดิ์สิทธิ์ และเพราะมีเลือดที่ศักดิ์สิทธิ์นี้เอง จึงทำให้อาจังกลายเป็นสายล่อฟ้าที่ดีเริ่ดสำหรับพวกปีศาจเลว ๆ ทั้งหลายแหล่

 

รอยสัก : ใบโครเวอร์สี่แฉกที่หน้าผาก (ซึ่งมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่)

 

ประวัติ :  "...นานเหลือเกินที่ข้าต้องเดินวนอยู่ท่ามกลางม่านหมอกสีขาว...นานเสียจนแทบจะลืมไปแล้วว่าสัมผัสของผืนดิน ต้นหญ้า และสายลมนั้นเป็นเช่นไร...ข้าออกก้าวเดินไปเรื่อย ๆ ก้าวไปทีละก้าว...ละก้าว เดินไปเรื่อยจนข้ารู้สึกว่า เดินต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ ในที่สุด...ข้าก็หยุด

 

ข้ายอมแพ้ และคู้ตัวนอน ข้าหลับไหลอยู่เช่นนั้นตลอดมา แต่แล้ว..อยู่มาวันหนึ่ง ใครบางคนก็ได้เอ่ยนามของข้า....น้ำเสียงทุ้มกังวานอบอุ่นนั้นราวกับว่าข้าไม่ได้เพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรก แล้วข้าก็ลืมตาตื่นขึ้น... สุ่มเสียงที่คุ้นเคยนั้นเรียกชื่อข้าซ้ำ ๆ..ทว่าข้าก็ยังนิ่งเฉย ข้ารู้สึกสงสัยว่าใครคือผู้ที่ปลุกข้าขึ้นจากนิทรา... เสียงนั้นคุ้นหูมาก...แต่ว่า...เคยได้ยินมาเมื่อไหร่กันนะ... เจ้าของเสียงที่กำลังเรียกข้านี้คือใครกัน? ระหว่างที่ความสงสัยนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวสักพักก็มีมือมาคว้าตัวข้าที่ยังคงนอนคู้ตัวอยู่..มือหยาบกร้านนั้นคว้าแขนข้างหนึ่งของข้าแล้ว...แล้วก็ดึงตัวข้ากลับไปสู่แสงสว่างอีกครา.... "

 
 
 
  หลังจากถูกชุบชีวิตมาโดยคนรักของตนที่เขาแทบต้องสูญเสียทุกสิ่งจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด อาเรียก็ถูกนำตัวมาเลี้ยงโดยคุโรงาเนะ ซึ่งเขามักจะบอกคนอื่น ๆ ว่าอาเรียนั้นเป็นลูกชายของตนเอง อาเรียนั้นสูญเสียความทรงจำทุกอย่าง เรียกว่ากลายเป็นคนใหม่เลยก็ได้ ทว่า...ก็มีบางเวลาที่จะจำเรื่องราวในอดีตได้แม้จะไม่ปะติดปะต่อนักก็ตาม
 

อื่นๆ ....อืม ไว้มาโรลกัน ก็จะรู้เอง....??

 

 

 

เพิ่มเติม : - แม้จะเป็นยูนิคอร์น แต่เพราะถูกทำให้กลับจากความตายอีกครั้ง ทำให้อาเรียไม่สามารถคืนสู่ร่างจริงได้ในยามนี้ แต่เมื่อถึงคืนจันทร์เพ็ญยามที่ได้อาบแสงจันทร์ ระดับความศักดิ์สิทธิ์ และพลังแสงในร่างจะพุ่งสูง แม้จะไม่มีร่างจริงแต่ร่างกายที่ได้อาบแสงจันทร์จะส่องประกายเป็นสีเงินเจิดจ้ามีแรงดึงดูดชวนให้ไหลหลงอย่างง่ายดาย หากเดินผ่านดอกไม้ ดอกไม้ก็จะบาน เดินผ่านทุ่งหญ้าแห้งผาก ทุ่งหญ้าก็จะกลับมาเขียวขจี

 

- ไม่มีใครล่วงรู้ว่า นี่คืออาเรียตัวจริง หรือเป็นแค่ร่างที่เกิดใหม่ แม้กระทั่งเจ้าตัว

 

- etc. จะมา edit เมื่อคิดได้ ???

 

 

TWITTER : EZ00_Aria
 

 

edit @ 30 Jul 2013 23:52:55 by Aria

edit @ 1 Sep 2013 22:07:34 by Aria